ค้นหา  
WITRAINING.THT.IN
สถาบันสอนทำบัญชีวิมลภัทร สาขาเชียงใหม่
รับสอนทำบัญชีระยะสั้น 40 ชั่วโมง 5 วันต่อเนือง
สถาบันสอนทำบัญชี วิมลภัทร สาขาเชียงใหม่
064-978-3955


*** คลิ๊กขวา ที่ช่องนี้ เพื่อเปลี่ยนภาพ header เลือก Style Sheet Css (ไอคอนสีเหลือง) เสร็จแล้วค่อยลบข้อความนี้ ***
Main Menu
Side Page
 สถิติวันนี้ 68 คน
 สถิติเมื่อวาน 4 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
538 คน
10231 คน
61165 คน
เริ่มเมื่อ 2012-07-06
My marquee text
Welcome to Website.....

สินทรัพย์
ความหมายของสินทรัพย์ (Assets) คือ เงินหรือสิ่งของที่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน ที่กิจการหรือบุคคลเป็นเจ้าของ อาจจะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้

สินทรัพย์ที่มีตัวตน ได้แก่ สินทรัพย์ที่มองเห็น สัมผัสได้ มีค่าเป็นตัวเงิน เช่น เงินสด บ้าน ที่ดิน
สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน ได้แก่ สินทรัพย์ที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ มีค่าเป็นตัวเงิน เช่น ค่าความนิยม ลิขสิทธิ์ สัญญาเช่า

สินทรัพย์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย หรืออาจใช้ในการดำเนินงานให้หมดสิ้นภายใน 1 ปี เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร หรือสินทรัพย์อื่นที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว เช่น ลูกหนี้การค้า
2.สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้โดยเร็ว มีอายุการใช้งานค่อนข้างยาวนาน และกิจการมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน เช่น เงินลงทุนระยะยาว ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ รถยนต์

 

 หนี้สิน (Liabilities) คือ จำนวนเงินที่บุคคลหรือกิจการเป็นหนี้บุคคลภายนอก โดยมีภาระผูกพันซึ่งจะต้องชำระในวันข้างหน้า

ชนิดของหนี้สิน
1.หนี้สินที่เกิดจากการซื้อสินทรัพย์อื่น ๆ เป็นเงินเชื่อ เรียกว่า เจ้าหนี้
2.หนี้สินเกิดจากยืมเงิน เรียกว่าเจ้าหนี้เงินยืม (เงินกู้)
3.หนี้สินเกิดจากการไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่าย เรียกว่า ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
4.หนี้สิน ประเภท ตั๋วเงินจ่าย คือสักญญา ซึ่งกิจการค้ารับรองว่าจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้แก่เจ้าหนี้ ตามกำหนดไว้ในอนาคต

ตัวอย่างบัญชีหนี้สิน
บัญชีเจ้าหนี้-ร้าน/นาย........
บัญชีเงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร
บัญชีตัวเงินจ่าย
บัญชีค่า......ค้างจ่าย
บัญชีรายได้.............ค้างรับ

หนี้สินสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1.หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) หมายถึง ภาระผูกพันที่กิจการต้องชำระคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินเบิกเกินบัญชี ตั๋วเงินจ่าย
2. หนี้สินระยะยาว (Long-term Liabilities) หมายถึง หนี้สินซึ่งมีระยะเวลาการชำระคืนเกินกว่า 1 ปี เช่น เงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้
3. หนี้สินอื่น (Other Liabilities) หมายถึง หนี้สินซึ่งไม่อาจจัดเป็นหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินระยะยาว เช่น เงินสะสมหรือเงินบำนาญของลูกจ้างพนักงาน รายได้รอการตัดบัญชี

ส่วนของเจ้าของ
ส่วนของเจ้าของ (Owner’s equity) คือ มูลค่าของสินทรัพย์ที่บุคคลหรือกิจการเป็นเจ้าของโดยปราศจากหี้สิน
หรือส่วนของเจ้าของ(ทุน) คือ กรรมสิทธิ์แห่งความเป็นเจ้าของ

ตัวอย่างบัญชีส่วนของเจ้าของ
บัญชีทุน - นาย....
บัญชีถอนใช้สวนตัว
บัญชีค่า....
บัญชีรายได้ค่า....
บัญชีดอกเบี้ยรับ
บัญชีสรุปผลกำไรขาดทุน

coffeepot.gif coffeecup_skyblue.gif

 

 

สมการบัญชี (Accounting Equation) ือ ความสัมพันธ์ ระหว่างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ(ทุน)

จะได้ว่า
สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน

เขียนสมการได้ดังนี้
กรณีที่1 ถ้าไม่มีหนี้สิน สมการบัญชีจะเป็น
สินทรัพย์ = ทุน
Assets = Owner’s Equity (Proprietorship)
หรือใช้ตัวย่อ A = OE (P)

กรณีที่1 ถ้า่มีหนี้สิน สมการบัญชีจะเป็น
สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน
A = L + OE (P)

ตัวอย่าง สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ (ทุน)

1. _______ 5,000 25,000

2. 30,000 6,000 _______

3. 80,000 _______ 60,000

แทนจำนวนเงินในช่องว่าได้เป็น
1. 3,000 5,000 25,000

2. 30,000 6,000 24,000

3. 80,000 20,000 60,000

 
รายได้ (revenue หรือ income)
หมายถึง ผลตอบแทนที่กิจการได้รับจากการขายสินค้าหรือบริการตามปกติของ
กิจการรวมทั้ง ผลตอบแทนอื่นๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานตามปกติ รายได้แบ่ง
ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.รายได้จากการขาย (Sale revenue) หมายถึง รายได้ที่เกิดจากการขายสินค้า
หรือบริการอันเป็นรายได้จากการดำเนินงานตาม ปกติ เช่น กิจการซื้อขายสินค้า
รายได้ของกิจการ คือ รายได้จากการขายสินค้า ส่วนกิจการให้บริการ เช่น
ซ่อมเครื่องไฟฟ้า รายได้ของกิจการ คือ รายได้ค่าซ่อม
2.รายได้อื่น (Other incomes) หมายถึง รายได้ที่มิได้เกิดจากการดำเนินงาน
ตามปกติของกิจการซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่ใช้ รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ
นั่นเอง

 

ค่าใช้จ่าย คือ มูลค่าเงินที่ใช้เป็นค่าบริการหรือสินค้าต้องจ่ายเมื่อทำกิจกรรมใดๆ โดยอาจจ่ายในรูปแบบเงินสดหรือเครดิต

 

รายงานค่าใช้จ่าย (Expense Report)

  • ในทางธุรกิจ (Business) หมายถึง รายงานรายละเอียดการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยพนักงาน รวมถึงผู้บริหาร โดยจะสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด เช่น ค่าขนส่ง, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าใช้จ่ายสำหรับความบันเทิงของลูกค้า เป็นต้น
  • ในทางส่วนตัว (Personal) หมายถึง รายงานรายละเอียดการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยจะสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด เช่น ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่ายารักษาโรค หรือ ค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

 


Copyright (c) 2006 by Your Name
Designed by: freetemplatesonline.com